สักคิ้วต่างจากฝังสีคิ้วยังไง ?

เมื่อก่อนการสักคิ้วเป็นที่นิยมกันมาก เพราะการสักนั้นทำให้ใบหน้าดูคม สวย โดยไม่ต้องเขียนหรือแต่งเติมสีสันใดๆ  เพราะผู้หญิงแต่ก่อนจะเขียนคิ้วไม่เป็น จึงนิยมการสักสีคิ้ว

โดยใช้เครื่องมือ ลงสีไปในชั้นไขมัน ทำให้คิ้วมีสีเข้ม และอยู่อย่างถาวร ที่สำคัญ ราคาก็แสนจะถูก และในยุคปัจจุบันเริ่มมีวิวัฒนาการที่ล้ำสมัยขึ้น โดยการสักคิ้วที่เลียนแบบขนคิ้วจริง โดยเทคนิค การสักแบบ 3 มิติ 6 มิติ เป็นลายเส้นขนคิ้วพริ้วเสมือนจริง ทำให้ผู้หญิงนิยมทำกันมากขึ้น และต่อมาในยุคปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงที่มีวิวัฒนาการที่ล้ำมากกว่าการสักคิ้วทั่วๆไป คือ การฝังสีคิ้ว ที่คล้ายๆกับการสักคิ้ว แต่ได้ผลลัพธ์ที่ดูสวยและธรรมชาติมากกว่า มาดูกันค่ะว่า การฝังสี แตกต่าง จากการสัก อย่างไร

การสักคิ้ว คือ เป็นการ ใช้เครื่องมือที่เป็นเข็มหรือมีดที่วาดเส้นคิ้ว ใส่เฉดสีลงบนผิวหนังจะลงลึกไปถึงชั้นไขมัน หลังทำ จะมีอาการเจ็บ บวม ช้ำ และเสี่ยงต่อการติดเชื้อค่ะ ผลลัพธ์ที่ได้จากการสักคิ้ว คือสีที่เข้ม ชัดเจน ทึบ เขียว หรือที่กันว่า คิ้วปลิง นั่นเอง  และข้อสำคัญคือ จะ อยู่ได้อย่างถาวรและยากต่อการลบออก ถ้าหากต้องการเปลี่ยนสีหรือทรง ต้องใช้เลเซอร์ลบสี ซึ่งการใช้เลเซอร์นั้น ทำให้แสงเข้าไปทำลายรากขน ทำให้คนคิ้วร่วง และไม่เกิดการขึ้นใหม่ วิธีนี้ส่วนมากใช้ลบรอยสักตามร่างกาย ลบแล้วสีจะไม่หาย 100% แค่สีจางลงเท่านั้นค่ะ

การฝังสีคิ้ว คือ เป็นการ ใช้เครื่องมือที่คล้ายกับการสัก แต่จะลงแค่บนผิวหนังชั้นกำพร้าชั้นบน ทำให้ สีที่อยู่บนผิวอยู่ได้ชั่วคราว และจะค่อยๆจางเองตามระยะเวลา การฝังสีนั้นจะอยู่ได้แค่ 1-2 ปี อาจจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวหนังของแต่ละบุคคลด้วย ยกตัวอย่างเช่นคนที่ มีผิวแห้ง เซลล์ผิวจะเกิดการผลัดเซลล์ผิวชั้นกำพร้ามากกว่าคนที่มีผิวชุ่มชื้น จึงทำให้สีที่ฝังนั้น ค่อยๆจางหลุดหายไป  แต่ข้อดี ของการฝังสีคือ หลังทำ ไม่มีอาการอักเสบ บวม ช้ำ หรือติดเชื้อ สีที่ได้จากการฝังสี จะเป็นธรรมชาติ เสมือนเขียนคิ้วด้วย อายแชโดคิ้วฟุ้งๆ และสามารถเปลี่ยนทรงได้ตามเทรนใหม่ได้เรื่อยๆค่ะ

ติอต่อเราได้ทุกช่องทาง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

Add Friends